ความสำคัญของตัวเลขทางบัญชีสำหรับผู้รับทำบัญชี
เมื่อได้อ่านงบกำไรขาดทุน ของผลประกอบการที่แสดงขึ้นของบริษัทนั้น
หากผู้ที่รับทำบัญชี หรือผู้บริหารติดกับดักตัวเลขทางการทำบัญชีที่ดูดี ย่อมส่งผลให้เกิดความผิดพลาด ตัวอย่างเช่น การนำทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ โดยไม่ได้รับรู้ว่า สถานการณ์ทางการเงินของบริษัทนั้น ความจริงไม่ได้ดีเหมือนอย่างที่ปรากฏออกมาทางตัวเลขบัญชี ทำให้เงินทุนหมุนเวียนในบริษัทไม่เพียงพอ และท้ายที่สุดก็จะทำให้บริษัทนั้นๆล้มละลายเป็นอันต้องปิดกิจการไปในที่สุด
สิ่งแรกเลยที่จะต้องทำความเข้าใจกับตัวเลขทางการบัญชี สำหรับผู้รับทำบัญชีหรือผู้บริหาร ก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่าไม่มีงบการเงินใดแสดงความจริงออกมาทั้งหมด ซึ่งก็เป็นเพราะว่า ผู้รับทำบัญชีต่างก็จะพยายามใช้เทคนิคต่างๆ ในการตกแต่งงบการเงินให้ดูมีตัวเลขทางการบัญชีที่ดี ซึ่งก็คล้ายกับการแต่งหน้าของหญิงสาว ถ้าแต่งได้ดูดีย่อมเรียกว่าเก่ง ถ้าแต่งเกินหน้าเกินตา ก็จะกลายเป็นว่าหลอกลวงผู้อื่น ผู้ที่ดูงบทางการเงินไม่เป็น อาจจะมองเห็นเพียงด้านใดด้านหนึ่งของตัวเลขเท่านั้น แต่หากได้รับประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น ก็จะสามารถมองเห็นอะไรที่ซ้อนเร้นอยู่ภายในตัวเลขทางการบัญชีนั้นได้เช่นกัน
การเข้าข้างตัวเองของผู้รับทำบัญชี มักจะผสมอยู่ในหลักเกณฑ์ทางบัญชีเสมอ และไม่เพียงแต่เป็นอะไรที่ตายตัว ผู้รับทำบัญชีสามารถคัดสรรได้ว่าจะให้ไปตามในลักษณะใดก็ได้ ตามแต่ที่บริษัทต้องการ ตราบใดที่เรายังคงอยู่ในกฎเกณฑ์ มันก็ยังคงถูกต้องเสทอ เมื่อเราจะดูว่าผลประกอบการที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ต้องดูจาก งบกำไรขาดทุนดังต่อไปนี้
กำไรขั้นต้นคือ การนำยอดขายไปลบต้นทุน
กำไรจากการดำเนินการ คือ การนำกำไรขั้นต้น ลบด้วย ค่าใช้จ่ายในการขายและการจัดการทั่วไป และเมื่อมีรายได้นอกจากการดำเนินงาน เมื่อนำมาบวกลบแล้ว จะได้เป็นกำไรสุทธิ หากมีรายได้อื่นๆอีก นำมารวมกับกำไรสุทธิ ก็จะเรียกว่า กำไรสุทธิประจำงวดก่อนหักภาษี เมื่อนำไปหักภาษีนิติบุคคลแล้ว ส่วนที่เหลือจะเรียกว่า “กำไรสุทธิประจำงวด” ซึ่งจะแสดงผลการดำเนินการสุดท้ายของงวดปีนั้น ๆ
ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ตัวเลขทางการบัญชี สำหรับผู้รับทำบัญชีและผู้บริหาร ไม่สามารถดูได้เพียงแค่แง่เดียว แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพื่อให้ได้มาซึ่งตัวเลขผลการดำเนินการที่แท้จริง และนำไปใช้ในการตัดสินใจในการวางแผนธุรกิจต่อไป


